หนังสือมือสองจากร้านหนังสือออนไลน์ กับนิยายเรื่องแพรทับทิม

หนังสือมือสองจากร้านหนังสือออนไลน์ กับนิยายเรื่องแพรทับทิมนิยายเรื่องแพรทับทิมเป็นผลงานจากปลายปากกาของนักเขียนอย่างลิซซึ่งมีผู้อ่านนิยมซื้อผลงานของนักประพันธ์ท่านนี้จำนวนมาก นิยายเรื่องก่อนๆ ของลิซล้วนแล้วแต่มีผู้ซื้อหนังสือมือสองจากร้านหนังสือออนไลน์นิยายจนเป็นหนังสือขายดี รวมไปถึงสิงห์ที่ช่องสามซื้อนิยายเรื่องนี้เพื่อไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์นั่นเอง มาถึงเล่มนี้ลิซจะพาคุณผู้อ่านที่ซื้อหนังสือมือสองจากร้านหนังสือออนไลน์เล่มนี้ไปพบกับแพรทับทิม หญิงสาวสวยเซ็กซี่ราวกับนางแบบที่จำเป็นต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ได้เงินมา แต่ทว่าเธอยึดมั่นในศักดิ์ศรีของตนเองอย่างดีที่สุด จนกระทั่งมาเจอกับโคจิมะ ไทจิ ที่ทำให้อุดมการณ์ของหญิงสาวเปลี่ยนแปลงไป

นิยายเรื่องแพรทับทิมเริ่มต้นขึ้นจากการที่บ้านของนางเอกกำลังจะถูกยึด ซึ่งเงินจำนวนนี้ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย หากแต่สูงถึงสามสิบล้าน แพรทับทิมจึงจำต้องใช้เล่ห์กลแห่งความสวยหลอกล่อชายผู้หวังในตัวเธอเพื่อให้ได้เงินมา แต่เธอนั้นมีคติประจำใจคือไม่ยอมเสียตัวให้กับผู้ชายพวกนั้นเป็นอันขาด จนกระทั่งเธอได้มาเจอกับโคจิมะ ไทจิ ชายหนุ่มเจ้าของบริษัทเครื่องสำอางจากประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการจ้างหญิงสาวให้เป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า สำหรับไทจิ แพรทับทิมคือผู้หญิงที่สวยดึงดูดใจและเขาก็หวังที่จะได้หญิงสาวมาครอบครอง แต่ทว่าแพรทับทิมก็สามารถเอาตัวรอดได้ในทุกครั้ง ความใกล้ชิดบวกกับตัวตนที่แท้จริงของแพรทับทิมทำให้โคจิมะ ไทจิหลงรักหญิงสาวขึ้นมา ติดที่ว่าชายหนุ่มมีคู่หมั้นอยู่แล้ว นั่นก็คือซาโต้ ยูกินั่นเอง ข้อสำคัญมากไปกว่านั้นคือบิดาของโคจิมะ ไทจิ เกลียดผู้หญิงไทยอย่างมากเพราะเคยมีประสบการณ์เลวร้ายกับผู้หญิงไทยอย่างรุนแรง จึงไม่แปลกที่บิดาของโคจิมะ ไทจิจะฝังใจว่าผู้หญิงไทยเห็นแก่เงินทอง รักเงินและหลายใจ ซึ่งสุดท้ายแล้วทั้งสองคนจะสามารถฟันฝ่าอุปสรรคแห่งความรักไปได้หรือไม่ ตามลุ้นเอาใจช่วยด้วยการซื้อหนังสือมือสองจากร้านหนังสือออนไลน์เรื่องแพรทับทิมมาอ่านด้วยตัวคุณเอง

แพรทับทิมเป็นนิยายที่เหมาะสำหรับนักอ่านที่กำลังหาซื้อหนังสือมือสองจากร้านหนังสือออนไลน์แนวโรแมนติก ดรามา ขณะเดียวกันก็สอดแทรกการปะทะคารมที่เชือดเฉือนกันระหว่างตัวเอกในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นคู่ของโคจิมะ ไทจิ กับแพรทับทิมที่ปะทะคารมในช่วงแรกๆ ที่พบกัน ทั้งสองคนไม่เข้าใจกันหลายๆ เรื่องราว แต่สุดท้ายก็ปรับความเข้าใจกันได้ รวมไปถึงคู่พระนางอีกหนึ่งคู่ นั่นก็คือยูกิคู่หมั้นของไทจิและอัศนีเพื่อนของนางเอกที่เชือดเฉือนอารมณ์กันทุกครั้งที่เจอ เรียกได้ว่ามีครบทุกอรรถรส หากซื้อหนังสือมือสองจากร้านหนังสือออนไลน์เล่มนี้มารับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

แชร์ให้เพื่อนอ่าน

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS
ธุรกิจใหม่ขายหนังสือมือสอง

ธุรกิจใหม่ขายหนังสือมือสอง

มาต่อกันในภาคสองสำหรับธุรกิจขายหนังสือมือสอง บทความนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นต่อไปหลังจากที่รู้เรื่องของตลาดอีคอมเมริชกันไปแล้วแน่นอนคะว่ายุคตลาดใหม่อีคอมเมริชนั้นมันค่อนข้างมีอิทธิพลต่อการเข้าถึงผู้คนได้มากมายหลากหลายประเภทและก็แพร่หลายขยายวงการเป็นระยะเวลารวดเร็วแบบ

ธุรกิจใหม่ขายหนังสือมือสองเรียกได้ว่าตั้งตัวรับทรัพย์กันไม่ทันถ้าไปถูกทางก็ไม่ต้องย้อนกลับทางเก่า การเลือกธุรกิจขายหนังสือมือสองนั้นเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ ไม่รู้ว่าจะขายอะไร เริ่มต้นจากตรงไหนแนะนำเลย ประเด็นแรกมองหาหนังสือที่ท่านมีในบ้านทั้งหมด และก็ ให้มองหาร้านค้าเปิดเว็บออนไลน์รูปแบบ Shopฟรีแนะนำ lnwshopก็ได้ค่ะเปิดฟรี เสริชเข้า googleเลยและสมัครสมาชิกเปิดร้านค้าฟรี จากนั้นก็ถ่ายรูปสินค้า หนังสือท่านและนำมาอัพลง ถ้าไม่รู้ว่าจะเอาภาพที่ถ่ายนั้นลงออนไลน์ได้ยังไง เชื่อว่าเดี๋ยวนี้หลายๆคนนั้นคงจะใช้สมาทร์โฟนกันหมดแล้วก็ไม่ยากค่ะเลือกถ่ายภาพหนังสือทั้งหมดและก็เอามาอัพลงในเฟซบุ๊คของ เราก่อน จากนั้น save ภาพและไปอัพในเว็บ lnwshopอีกทีแค่นี้ก็เข้าถึง ภาพในอัลบั้ม lnwshopได้แล้วทีนี้ ก็ไปหาข้อมูลหนังสือมาใส่ซะและก็ทำการตลาดเว็บค่ะ

การทำการตลาดแนะนำไปเจาะกลุ่มพวกเว็บพันทิพย์เด็กดี หรือพวกเว็บหนังสือทั่วๆ ไป หมวดหนังสือเว็บลงประกาศค่ะ   ไปเจาะการตลาดซะสัก 3 – 5 เดือนแล้วรับรองมีลูกค้าแน่นอนคะ แนะนำเลยลองทำดูละ รับทรัพย์ง่ายๆ

 

แชร์ให้เพื่อนอ่าน

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ชายชาตรี แห่งท้องทะเล มนุษย์เงือกจินเบ

จินเบเป็นมนุษย์เงือกแห่งโลกการขายหนังสือการ์ตูนวันพีช ซึ่งเป็นสมาชิกอีกคนของกลุ่มโจรสลัดพระอาทิตย์ที่ปกครองโดยฟิชเชอร์ ไทเกอร์ มนุษย์ปลาเสือที่ทรงอำนาจที่สุด

ชายชาตรี แห่งท้องทะเล มนุษย์เงือกจินเบหลังจากที่ฟิชเชอร์ ไทเกอร์เสียชีวิตลง ในการขายหนังสือการ์ตูนวันพีชนั้นเขาก็ดำรงตำแหน่งเป็นรักษาการกัปตันกลุ่มโจรสลัดเงือกพระอาทิตย์ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะขึ้นเป็นกัปตัน เขาก็ต้องยอมเสียสละ เพื่อยกระดับของเผ่าพันธุ์ของตนให้พ้นจากการเป็นทาส โดยการการทิ้งกลุ่มโจรสลัดอารอนของตนเอง เพื่อเข้าร่วมเป็น 1 ใน 7 เทพโจรสลัดแห่งโลกวันพีช แต่ก็ยังมีมนุษย์เงือกจำนวนมากถูกไล่ล่าอยู่ดี แต่สุดท้ายก็มีผู้ยื่นมือเข้ามาปกป้องและติดสัญลักษณ์แห่งการคุ้มครองในอาณัติของกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวไว้ นั่นก็คือกลุ่มโจรสลัดหนวดขาว ของเอ็ดเวิร์ด นิวเกต ทำให้จินเบรู้สึกสำนึกในบุญคุณนั้นมาก และติดตามกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวเรื่อยมา เพื่อหวังจะตอบแทนบุญคุณ และด้วยเหตุครั้งนี้ ทำให้เมื่อหนวดขาวถูกท้าทายอำนาจโดยเอส หมัดอัคคี จินเบจึงอาสาสู้แทน แต่ไม่สามารถรู้ผลได้ เพราน้ำกับไฟกินกันไม่ลงนั่นเอง โดยทั้งคู่สู้กันนานหลายวัน จนในที่สุดทั้งคู่ก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน และหลังจากนั้นเกิดเหตุการณ์ มาร์แชล ดี. ทีช จับเอสไปส่งให้ทหารเรือเพื่อแลกกับตำแหน่ง 1ใน 7 เทพโจรสลัด รัฐบาลโลกจึงออกคำสั่งโดยตรงให้พวก 7 เทพโจรสลัดเป็นอริกับกับกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวและจะประหารเอส

จินเบไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งได้เขาจึงถูกจับตัวไว้ในคุกนรกอิมเพลดาวน์แห่งโลกหนังสือการ์ตูนวันพีชและในที่สุดก็ลาออกจากการเป็น 7 เทพโจรสลัด

“การแบกรับเกียรติยศและศักดิ์ศรีของชนเผ่าเอาไว้นั้นช่างหนักหนา …ฉันเพียงต้องการแหวกว่ายในท้องทะเลอย่างอิสระก็เท่านั้น” มนุษย์เงือกจินเบ

แชร์ให้เพื่อนอ่าน

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

เรื่องราวของพี่น้องร่วมสาบาน เอส ซาโบ และ ลูฟี่

เรื่องราวของพี่น้องร่วมสาบาน เอส ซาโบ และ ลูฟี่
ในเรื่องวันพีช ถ้าหากจะกล่าวถึงพี่น้องร่วมสาบานของลูฟี่แล้ว คงจะต้องพูดถึงซาโบ หรือ นายพลซาโบแห่งคณะปฏิวัต คนที่กินผลไม้ปีศาจซึ่งก็คือผลเมระ เมระ หรือผลเปลวเพลิง กับ โปรโตกัส. ดี เอส หรือ เอสหมัดอัคคี ที่ได้กินผลเมระ เมระ เข้าไปเช่นกัน ซึ่งทั้งสามคนนั้นเริ่มมีความผูกพันกัน เมื่อได้เอาชีวิตรอดจากการทำร้ายของโจรสลัดจ้าวบลูแจม และการช่วยชีวิตในครั้งนั้นจึงทำให้ทั้งสามค้นพบคำว่า ครอบครัว ที่ตัวเองตามหามาตลอด ทั้งสามจึงตกลงเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน  แต่ว่าความสุขมักอยู่กับคนเราได้ไม่นาน เมื่อพ่อของซาโบรู้เรื่องราวทั้งหมดและให้ซาโบกลับบ้าน โดยที่ยื่นข้อเสนอว่า ถ้าซาโบไม่กลับลูฟี่และเอสจะถูกจับส่งตำรวจในข้อหาวางเพลิง เพราะเป็นห่วงลูฟี่และเอสจึงทำให้ซาโบยอมกลับไปโดยที่ไม่กล่าวคำอำลาลูฟี่และเอสเลย หลังจากเวลาผ่านไปไม่นานเขาก็เหลือน้องชายร่วมสาบานเพียงคนเดียวซึ่งก็คือลูฟี่โดยที่เอสนั้นมีคนปล่อยข่าวว่าเขาตายไปแล้ว  และเมื่อรู้ว่าลูฟี่ไปตามหาวันพีช และกำลังตกอยู่ในอันตรายทำให้เขาเป็นห่วงลูฟี่มาก แต่ว่าลูฟี่ขึ้นชื่อว่าเป็นโจรสลัดแต่ซาโบนั้นเป็นนายพลทหารเรือ อาชีพของเขากับลูฟี่เป็นศัตรูกัน แต่เขาก็อดห่วงลูฟี่ไม่ได้ เขาจึงบอกว่า “ไม่เอาอีกแล้ว ความรู้สึกที่ต้องสูญเสียคนในครอบครัวไป โดยช่วยอะไรไม่ได้ ไม่ ไม่อยากรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว” เพราะตอนนี้เขาเหลือแค่ลูฟี่ที่เป็นคนในครอบครัวให้เขาได้คิดถึงและเป็นห่วง  หากเขาไม่ได้ช่วยลูฟี่ก็เท่ากับว่าตัวตนในอดีตของเขาก็จะหายไปด้วย เรื่องราวการตามหาวันพีชของลูฟี่นั้น ซาโบจึงจำเป็นต้องช่วยเขาด้วย

 

แชร์ให้เพื่อนอ่าน

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

วิธีการหาไอเดียเมื่อสมองตื้อตัน

วิธีการหาไอเดียเมื่อสมองตื้อตัน
นิยายกับไอเดียนั้นดูท่าจะเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ออกเสียแล้วเพราะเนื่องจากว่าในการเขียนนิยายแต่ละเรื่องนั้นผู้เขียนจำเป็นที่จะต้องใช้ไอเดียในการคิดพล็อตเรื่องเป็นอย่างมากเพื่อให้ได้เรื่องราวที่ต่อเนื่องกันและมีความสมบูรณ์ทั้งๆ ที่ก่อนการเขียนนิยายก็ได้มีการวางพล็อตเอาไว้แล้วก็ตามแต่พล็อตเรื่องที่วางไว้ก็เป็นแบบกว้างๆ ซึ่งเมื่อนำมาเขียนจริงก็เจาะต้องลงลึกไปในรายละเอียดจึงทำให้ต้องใช้ไอเดียเสมอๆ

แต่ก็มีหลายครั้งด้วยกันที่ไอเดียดันไม่แล่น สมองตื้อตันไปหมด ทั้งที่หาอย่างอื่นทำก็แล้ว นอกพักผ่อนก็แล้ว แต่ก็ไม่สามารถทำให้ไอเดียพลุ่งพล่านได้ ดังนั้นเราจึงมีวิธีการสร้างไอเดียเพื่อการเขียนนิยายมาฝากกันครับ

วิธีแรกในการสร้างไอเดียก็คือวิธีเข้าถ้ำเสือเพื่อให้ได้ลูกเสือ ซึ่งวิธีนี้ก็คือหากเราอยากเขียนนิยาประเภทไหนแต่ก็ดันติดเรื่องไอเดียก็ให้เราหานิยายแนวนั้นมาอ่านครับเพราะการอ่านนิยายทีเป็นแนวเดียวกันก็จะช่วยให้เราสามารถนำเอาไอเดียของเขามาต่อยอดให้กับนิยายของเราได้

ส่วนวิธีที่สองก็คือวิธีการทำ Mind Map ด้วยการจดคีย์เวิร์ดสำคัญๆ ของนิยายของเราลงไปจากนั้นค่อยๆ ลองลากและคิดต่อยอดดูว่าคำดังกล่าวสามารถสื่อถึงอะไรได้บ้างซึ่งการทำ Mind Map แบบนี้จะช่วยให้เราได้ไอเดียของนิยายที่แตกต่างจากนักเขียนท่านอื่นเพราะเป็นการคิดออกมาจากความคิดจินตนาการของเราโดยตรง

ขอให้ทุกท่านสนุกสนานกับการเขียนนิยายนะครับ

แชร์ให้เพื่อนอ่าน

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

เปิดร้านเช่าหนังสือนิยายกับเปิดร้านขายแบบไหนกำไรกว่ากัน?

เปิดร้านเช่าหนังสือนิยายกับเปิดร้านขายแบบไหนกำไรกว่ากันวันนี้ทางเว็บอ่านหนังสือเองก็มีคำถามมาถามเพื่อนๆ ให้ลองคิดกันเล่นๆ ครับว่าหากเรามีเงินสักก้อนหนึ่งแล้วนำมาลงทุนด้วยการเปิดร้านขายหนังสือนิยายราเองจะได้กำไรหรือขาดทุนซึ่งแน่นอนครับคำตอบของคำถามนี้ย่อมแบ่งออกเป็นสองฝ่ายคือฝ่ายหนึ่งที่บอกว่าเปิดแล้วมีกำไรกับอีกฝ่ายที่บอกว่าเปิดแล้วเจ๊งอย่างแน่นอนซึ่งผมเองก็อยู่ในคนกลุ่มหลังที่ว่านี้ด้วยนะครับ

สาเหตุที่ผมมองแล้วว่ามันขาดทุนมากกว่าการมีกำไรก็คือการเปิดร้านขายหนังสือนั้นโดยทั่วไปแล้วผู้เปิดร้านจำเป็นต้องมีการสต็อกหนังสือเอาไว้เพื่อขายและแน่นอนว่าในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจตกสะเก็ดเช่นนี้ผู้คนต่างประหยัดรัดเข็มขัดกันมากขึ้น มีการใช้จ่ายกับของฟุ่มเฟือยน้อยลงซึ่งก็รวมถึงการซื้อหนังสือนิยายด้วยดังนั้นการสต็อกหนังสือนิยายของเราก็เปรียบเสมือนการนำเงินจมอยู่กับหนังสือนั่นเองซึ่งหากเรานั้นมีสายป่านไม่ยาวหรือมีทุนไม่หนาพอแล้วล่ะก็เป็นอันต้องพับเสื่อกลับบ้านหลังจากเปิดได้ไม่เกิน 1 เดือนอย่างแน่นอนครับ

แต่ถ้าหากเปลี่ยนโจทย์ใหม่เป็นการเปิดร้านเช่าหนังสือนิยายแทนแล้วอันนี้ผมเองบอกเลยครับว่าน่าทำและมีกำไรอย่างแน่นอนเพราะเราจะลงทุนแค่เพียงหนังสือนิยายเรื่องละ 1 เล่มเท่านั้นและปล่อยให้คนมาเช่านอกจากค่าสมาชิกแล้วเรายังได้ค่าเช่าเล่มหนึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10% ของราคาปกต่อเล่มต่อวันซึ่งหากเราให้เขาเช่าเพียงแค่ 10 วันหรือ 10 ครั้งก็ได้ทุนคืนแล้วส่วนที่เหลือเป็นกำไรล้วนๆ ครับ

แชร์ให้เพื่อนอ่าน

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS